Contact PB Valley Khao Yai Winery Change Language EN TH
 
ไร่องุ่น พีบีวัลเล่ย์    
 
 
 


ไร่พีบีวัลเล่ย์ มีพื้นที่ปลูกองุ่นทั้งหมดประมาณ 500 ไร่ ณ ปัจจุบันจากเนื้อที่ทั้งหมด 2,500 ไร่โดยแบ่งเป็นองุ่นที่ใช้ผลิตไวน์ประมาณ 400 ไร่และองุ่นรับประทานผลสด 100 ไร่ สำหรับองุ่นที่ใช้ผลิตไวน์นั้น พื้นที่ในการปลูกองุ่นแดงจะมากกว่าองุ่นขาวคือ 300 ไร่สำหรับองุ่นแดงและ 100 ไร่สำหรับองุ่นขาว โดยจะใช้ระบบการเลี้ยงยอดแนวตั้ง ( Vertical Shoot Positioning) ภายใต้การเลี้ยงต้นแบบสองแขนถาวร (Cordon Training)ซึ่งเป็นรูปแบบการปลูกองุ่นไวน์ที่เป็นมาตรฐานและใช้ระบบให้น้ำแบบน้ำหยดตามสาย

 

สภาพโดยรวมทั่วไปของบริเวณไร่นั้นนับว่ามีความเหมาะสมกับการปลูกองุ่นไวน์เป็นอย่างมากเริ่มจากหมอกในตอนเช้าซึ่งมีปริมาณไม่มากนัก ถึงแม้จะมีอากาศหนาวในช่วงฤดูกาลแต่หมอกจะหายไปก่อน8โมงเช้า ซึ่งจะแตกต่างจากทางภาคเหนือของไทย เช่น เชียงใหม่ เชียงรายซึ่งจะมีหมอกจัดมากในตอนเช้าและจะหายอีกทีก็ประมาณ 10 โมงเช้าซึ่งเป็นสภาวะที่เสี่ยงต่อโรคเชื้อรา เนื่องจากต้นองุ่นจะไม่ชอบภาวะความชื้นสูงติดต่อกันเป็นเวลานาน สภาพดินอันอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าดงพญาเย็นก็นับว่าเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง ด้วยลักษณะเฉพาะของดินที่เรียกว่า ดินมวกเหล็ก ซึ่งจัดว่าเป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงมีแร่ธาตุและอาหารที่จำเป็นสำหรับองุ่น มีสภาพเป็นกรดปานกลาง ค่า pH ตั้งแต่ 5.8-7 เนื้อดินเป็นดินเหนียวปนร่วนและมีหน้าดินลึกประมาณ 0.5-1.5 เมตร ถัดจากหน้าดินจะเป็นชั้นหินที่กำลังสลายตัวทั้งหินดินดานและหินปูน สำหรับคุณสมบัติการระบายน้ำของดินนั้นจัดว่าปานกลางเนื่องจากมีส่วนผสมของดินเหนียวอยู่มากแต่ด้วยสภาพพื้นที่ที่เป็นลูกคลื่นลอนลาดถึงเนินเขา มีความลาดชันทำให้เกิดการระบายน้ำหน้าดินได้รวดเร็ว

เนื่องจากประเทศไทยเป็นเมืองร้อน ถึงแม้ภาคอีสานจะมีหน้าหนาวแต่ก็ไม่หนาวถึงขนาดอุณหภูมิติดลบและยาวนานอย่างประเทศในเขตหนาว ดังนั้นต้นองุ่นจะไม่มีช่วงใบร่วงและช่วงพักต้น ต้นองุ่นจะเจริญเติบโตตลอดเกือบทั้งปี วิธีเลี้ยงดูต้นองุ่นของเราคือ หลังจากที่ทำการเก็บเกี่ยวในแต่ละปีซึ่งจะเป็นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ก็จะเป็นช่วงระยะพักต้นซึ่งจะปล่อยต้นองุ่นไว้เฉยๆโดยมีการให้ปุ๋ยบ้างเป็นครั้งคราว และจะทำการตัดแต่งกิ่งแบบเลี้ยงตา (Spur Prunning) ครั้งแรกในเดือนพฤษภาคมซึ่งเป็นหน้าฝน ช่วงนี้เปรียบเสมือนช่วงฤดูใบไม้ร่วงของเขตเมืองหนาว หลังจากตัดแต่งได้ไม่กี่วันก็จะเป็นการแตกตาครั้งแรกและจะเข้าสู่ช่วงเลี้ยงกิ่ง ซึ่งเปรียบเสมือนช่วงพักต้นในช่วงฤดูหนาวของเมืองหนาว ในช่วงเลี้ยงกิ่งนี้จะทำการตัดช่อดอกและช่อองุ่นทิ้งออกหมดเพื่อให้ต้นองุ่นได้สะสมอาหารได้เต็มที่และจะเลี้ยงกิ่งไปจนถึงเดือนกันยายนซึ่งเป็นปลายฤดูฝน หลังจากนั้นก็จะทำการตัดแต่งแบบเลี้ยงตาครั้งที่สองและตามมาด้วยการแตกตาครั้งที่สอง ซึ่งช่วงนี้จะเปรียบได้กับช่วงฤดูใบไม้ผลิของเมืองหนาว หลังจากนั้นจะเป็นช่วงการแตกกิ่งและช่วงติดดอก ซึ่งเป็นช่วงที่สำคัญมาก องุ่นจะติดผลประมาณเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นหน้าหนาว ช่วงนี้ต้นองุ่นจะได้รับการดูแลและบำรุงเป็นพิเศษไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งเป็นช่วงเก็บเกี่ยว