| Current Location : History / ประวัติความเป็นมา |
2532-2540
จุดกำเนิดของ ไร่พีบี วัลเล่ย์ เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ 2532 บนพื้นที่กว้างใหญ่กว่า 2,000 ไร่ล้อมรอบด้วยหุบเขาอันมีสภาพภูมิอากาศเหมาะสมสำหรับเพาะปลูกองุ่น และเป็นถิ่นกำเนิดของภูมิภาคผลิตไวน์เขาใหญ่ เจ้าของคือ คุณ ปิยะ ภิรมย์ภักดี ซึ่ง ณ ขณะนั้นได้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการบริหารบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัดได้มีมีวิสัยทัศน์ที่ยาวไกลและเล็งเห็นโอกาสในการปลูกองุ่นเพื่อผลิตไวน์ไทยที่มีรสชาติระดับโลกภายใต้ชื่ออักษรย่อ พีบี ซึ่งมาจากชื่อเต็มของท่าน
ในขณะนั้น ยังไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าองุ่นพันธุ์ ใดจะเหมาะสมที่จะปลูกในดินของประเทศไทย |
 |
จึงได้มีการติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกองุ่นไวนมาทำการทดลองปลูกองุ่นไวน์ที่ไร่แห่งนี้ ในระยะเริ่มแรกได้ทดลองปลูกองุ่นพันธุ์ต่างๆ กว่า 50 สายพันธุ์จากประเทศเยอรมันนี อิตาลี ฝรั่งเศส สเปน และออสเตรเลีย และหลังจากทดลองปลูกได้สองปีก็ได้ผลลัพธ์คือ องุ่นพันธุ์ ชีราส และ เทมปรานิลโญ่ นั้นเหมาะสมที่สุดสำหรับการผลิตไวน์แดง และพันธุ์เชนิน บลอง และ โคลอมบาร์ด สำหรับไวน์ขาว จึงได้ทำการขยายพันธุ์และปลูกต่อเนื่องเรื่อยมาโดยมีพื้นที่ในการปลูกเริ่มแรกประมาณ 125 ไร่รวมทั้งองุ่นรับประทานผลสด
ระหว่างที่คุณประยุทธ เปียงบุญทา ได้ถูกส่งไปศึกษาต่อด้านการผลิตไวน์ที่ประเทศเยอรมันนี เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่โรงผลิตไวน์เขาใหญ่กำลังได้รับการก่อสร้าง และแล้วเสร็จเมื่อปลายปี 2540 บนพื้นที่ 3,000 ตร.ม. รวมทั้งห้องบ่มไวน์ซึ่งเป็นที่เก็บถังไม้โอ๊กแท้ซึ่งนำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส ณ เวลานั้นโรงงานเขาใหญ่ไวน์เนอรี่นับเป็นโรงงานผลิตไวน์ที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้และยังเป็นเจ้าแรกที่บุกเบิกธุรกิจการปลูกองุ่นไวน์และผลิตไวน์แบบสากลในเขตเขาใหญ่ |
|
|
| .............................................................................................................................................................................. |
2541 - 2542 |
 |
และในปีถัดมา พ.ศ.2541 (1998) โรงไวน์แห่งใหม่นี้ได้เริ่มรับองุ่นซึ่งเก็บเกี่ยวจากแปลงองุ่นภายในไร่เข้าทำการผลิตได้เป็นครั้งแรกภายใต้การควบคุมดูแลของ คุณประยุทธ ซึ่งได้จบการศึกษามาจากประเทศเยอรมัน และ ดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการโรงไวน์ และผู้ชำนาญในการผลิตและบ่มไวน์ของ พีบี วัลเล่ย์ เขาใหญ่ไวน์เนอรี่
ทั้งยังเป็นผู้เชี่ยวชาญคนไทยคนแรกของประเทศไทยอีกด้วย ไวน์ที่ผลิตในปี 2541(1998)นั้นมีอยู่สามรุ่นด้วยกัน คือ ไวน์แดง ไวน์ขาว และไวน์โรเซ่ ซึ่งถูกบรรจุในขวดใสฝาเกลียวรูปทรงคนโทอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดยใช้ชื่อว่าไวน์เขาใหญ่ และในปีถัดมา พ.ศ.2542 (1999) ขวดรูปทรงคนโทได้ถูกยกเลิกในการใช้บรรจุแล้วเปลี่ยนมาใช้ขวดมาตรฐานทรง Bordeaux และใช้จุกคอร์คในการปิดปากขวด โดยยังจำหน่ายภายใต้ชื่อ ไวน์เขาใหญ่รีเสิรฟ์ซึ่งคุณภาพและรสชาติของไวน์ปีนี้จัดได้ว่าดีเกินความคาดหมายซึ่งส่วนหนึ่งมาจากอายุของต้นองุ่นที่ถึงเกณฑ์บวกกับประสบการณ์ที่เพิ่มมากขึ้น
และในปีนี้เองสัญลักษณ์นกเงือกเกาะกิ่งองุ่นได้ถือกำเนิดขึ้นภายใต้ความคิดของคุณ ปิยะ ที่ว่านกเงือกเป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์และเป็นสัญลักษณ์ของเขาใหญ่ และประเด็นสำคัญที่สุดคือนกเงือกเป็นสัตว์ที่ซื่อสัตย์ เป็นสัตว์ที่รักเดียวใจเดียวและจะอยู่กับคู่ของมันจนวันตายเปรียบได้กับไวน์เขาใหญ่ซึ่งมีความซื่อสัตย์กับลูกค้าไม่มีการปรุงแต่งใดๆ ไวน์ทุกหยดล้วนมาจากองุ่นคุณภาพสูงและหยาดเหงื่อแรงงานของคนงานในไร่พีบีวัลเลย์ล้วนๆ สํญลักษณ์นกเงือกจึงเป็นสัญลักษณ์ที่การันตีคุณภาพอันคับขวดซึ่งเปี่ยมล้นไปด้วยความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า และเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้มาตลอดจนถึงปัจจุบัน |
|
|
| .............................................................................................................................................................................. |
2543 - 2544 |
ต่อมาในปี พ.ศ. 2543 (2000) ไวน์เขาใหญ่ได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นไวน์ พีบี เขาใหญ่ รีเสิรฟ์ และใช้เรื่อยมาและในปีนี้เองที่ไวน์เขาใหญ่ชีราส 1998 และ เขาใหญ่เชนินบลอง 1998 ซึ่งเป็นไวน์รุ่นแรกได้รับเลือกให้เป็นไวน์ที่ใช้ในงานพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำคณะบุคลฝ่ายจีน ณ กรุงปักกิ่ง และ นครเซี่ยงไฮ้ วันที่ 20 และ 25 ตุลาคมตามลำดับ
ในวโรกาศที่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการโรงไวน์เขาใหญ่ไวน์เนอรี่ได้ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ.2544 (ค.ศ.2001) หลังจากดำเนินงานมา 3 ปีภายใต้พระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งทรงเสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดโรงไวน์ ณ วันที่ 14 มกราคม 2544 (ค.ศ.2001) และในวันเดียวกันนี้เองได้ทรงปลูกต้น กาสะลองคำ ไว้เพื่อเป็นสิริมงคล ณ สวนหย่อมหน้าโรงไวน์ |
|
| .............................................................................................................................................................................. |
2545 - 2547 |
ในปี 2545 วิสัยทัศน์ของคุณปิยะเริ่มกลายเป็นความจริง เมื่อบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้เลือกเสิรฟ์ไวน์ Khao Yai Reserve Shiraz 1999 ให้แก่ผู้โดยสารชั้นประหยัดบนเส้นทางการบินนานาชาติ และไวน์ดังกล่าวยังมีให้เลือกสำหรับผู้โดยสารในชั้นรอยัล ออร์คิด เฟิร์ส และชั้นธุรกิจอีกด้วย ส่วนไวน์ Khao Yai Reserve Shiraz 2000 ได้รับการคัดเลือก เพื่อใช้เสริฟ ให้แขกระดับผู้นำประเทศในงานเลี้ยงรับรอง การจัดประชุมเอเปค 2003 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน และนับเป็นก้าวแรกของความสำเร็จในจุดมุ่งหมายที่ได้ตั้งไว้ คือความสำเร็จในด้านการปลูกพันธุ์องุ่นทำไวน์ และผลิตไวน์คุณภาพสากลในแถบเขาใหญ่ เรามีความภาคภูมิใจในความเป็นไวน์ไทยอย่างสมบูรณ์แบบ ดำเนินงานโดยคนไทยในทุกขั้นตอนการผลิต นับตั้งแต่การปลูกองุ่น ทั้งยังมี Wine Maker ที่เป็นคนไทยคนแรกของประเทศไทย อย่างคุณ ประยุทธ เปียงบุญทา ตามติดด้วยความสำเร็จในด้านการตลาดเป็นครั้งแรก
ในปี พ.ศ.2547 (2004) ได้มีการขยายพื้นที่การปลูกองุ่นเป็น 500 ไร่จากเดิมที่เคยปลูกอยู่ 125 ไร่ โดยมีพื้นที่ปลูกองุ่นไวน์อยู่ที่ 375 ไร่ และองุ่นรับประทานผลสดที่ 125 ไร่เพื่อรองรับกับกำลังการผลิตที่มากขึ้น
|
|
| .............................................................................................................................................................................. |
2549 - |
ต่อมาในปี 2549(2006)ได้มีการผลิตไวน์ออกมาอีกสองตระกูลเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าและเป็นปีแรกที่เริ่มผลิตไวน์จากองุ่นพันธุ์ Tempranillo
ภายใต้ชิ่อ Pirom Khao YaiReserve ซึ่งเป็นตระกูลไวน์คุณภาพระดับสูง (Premium) ซึ่งเหมาะกับผู้รักการดื่มไวน์และนักสะสม คำว่าภิรมย์นั้นมาจากส่วนหนึ่งของนามสกุล ภิรมย์ภักดี และยังมีความหมายที่ไพเราะชวนให้ผู้ที่ดื่มไวน์ได้เพลินภิรมย์สมชื่อ และตระกูล Sawasdee Khao Yai ซึ่งเป็นไวน์ระดับทั่วไป (Standard) เหมาะกับผู้เริ่มดื่มไวน์มือใหม่ และในปีนี้เองทางบริษัทได้จัดส่งไวน์ไปเข้ารวมการประกวดในงานการแข่งขันประกวดไวน์ระดับนานาชาติ (Austrian Wine Competition 2006, AWC) ที่เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย ซึ่งเป็นเวทีการประกวดไวน์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2ของโลก มีผู้ส่งไวน์เข้าร่วมประกวดกว่า 6,000 รายทั่วโลก และไวน์ PB Khao Yai Reserve Shiraz 2002 ได้รับคัดเลือกให้เป็นไวน์ระดับเหรียญเงิน ซึ่งสามารถทำคะแนนได้มากกว่า 80คะแนน และปีนี้เองที่ไวน์ไทยได้แจ้งเกิดอย่างแท้จริงในสายตาชาวโลกและวงการไวน์ไทย ในปีถัดมา (2550 (2007))ทางบริษัทได้ส่งไวน์ปี 2007ไปประกวดอีกครั้งในงาน AWC 2007และในครั้งนี้เอง Pirom Khao Yai Reserve Tempranillo2006ได้รับคัดเลือกให้เป็นไวน์ในระดับเหรียญทอง โดยมีคะแนนรวมกว่า 90 คะแนน และอีกครั้งที่ไวน์ PB Khao Yai Reserve Shiraz 2003 ได้เหรียญเงินเป็นสมัยที่สอง ตามมาด้วยรางวัล Sealof Approval ของไวน์ตัวอื่นๆที่เราส่งเข้าประกวดและนับเป็นความสำเร็จอีกก้าวของไวน์ไทยและคนไทย
หลังจากที่ได้ดำเนินงานมาเป็นเวลาถึงเกือบ 20 ปี รางวัลที่ได้มาจากหยาดเหงื่อแรงงานต่างๆที่ผ่านมาและการได้รับการยอมรับจากองค์กรชั้นนำต่างๆทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าจุดมุ่งหมายของ คุณ ปิยะ ภิรมย์ภักดี ที่มีวิสัยทัศน์ที่จะผลิตไวน์ไทยคุณภาพระดับโลกเพื่อคนไทยนั้นได้บรรลุแล้ว และจะยังไม่หยุดแค่นี้ ด้วยประสบการณ์ความชำนาญในการผลิตไวน์บวกกับเทคโนโลยีอันทันสมัยและบุคลากรที่มีคุณภาพ ทำให้เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาไวน์ไทยชั้นเยี่ยมมาตรฐานระดับโลกให้ก้าวต่อไป เพื่อคนไทยและชื่อเสียงของประเทศ
|  |
 |
| |
|
|
|
| |